กาแฟผสมแอลกอฮอล์ มันเข้ากันได้หรอ??

4389 Views  | 

กาแฟผสมแอลกอฮอล์ มันเข้ากันได้หรอ??

ไปส่องเมนูกาแฟผสมเหล้า เมนูยอดนิยมที่พอจะได้ยินชื่อจนติดหูกันก็คงเป็น “Irish Coffee หรือ กาแฟไอริช” ที่เป็นกาแฟดำผสมวิสกี้ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศไอร์แลนด์ จู่ๆก็นึกสงสัยว่า “คาเฟอีน กับ แอลกอฮอล์” มันเข้ากันได้เหรอ ? มิสเตอร์คอฟฟี่ก็หาข้อมูลเพื่อคลายความสงสัย...

          การเสิร์ฟกาแฟผสมด้วยวิสกี้ เหล้ารัม บรั่นดี หรือเตกิลา ไม่ถือเป็นการปฏิวัติใดๆ ทั้งสิ้นในธุรกิจเครื่องดื่ม หลายประเทศมีค็อกเทลประเภทนี้ในสไตล์ของตนเองมาเนิ่นนานย้อนหลังไปกว่าศตวรรษ ตั้งแต่สเปน โปรตุเกส อิตาลี ฝรั่งเศส สแกนดิเนเวีย รัสเซีย ออสเตรเลีย เม็กซิโก คิวบา ฯลฯ ไล่ไปจนถึงไอร์แลนด์ ดินแดนต้นกำเนิดกาแฟผสมเหล้าเติมครีมข้นสีขาวนวล ส่งกลิ่นหอมเตะจมูก รสชาติเข้มข้นถึงใจ ชวนหลงใหลใคร่ลองลิ้ม เรียกหากันติดปากไปทั่วโลกว่า ‘Irish coffee’

ค็อกเทลที่ผสมกาแฟร้อนกับเหล้าหรือสุราต่างๆ มักเติมด้วยน้ำตาลทรายและครีมข้น เสิร์ฟในแก้วใสทรงสูงที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับค็อกเทลนี้โดยเฉพาะ


เมนู Grand French Coffee 

เมนูนี้ชาวฝรั่งเศสนิยมดื่มเป็นค็อกเทลในแก้วกาแฟทรงเหยือก


ประกอบไปด้วย

1.เอสเปรสโซ่
2.วิปครีม
3.เหล้าหวาน
4.เหล้าอัลมอนด์ หรือ บรั่นดี

เมนู Rudesheimer Kaffee

เมนูนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดยเชฟชาวเยอรมันที่เมือง รูเดสไฮม์ อับ ไรน์ ในปี 1957 โดดเด่นด้วยรูปทรงของแก้วที่มีเอกลักษณ์และการดื่มโดยใช้หลอด

ประกอบไปด้วย
1.เอสเปรสโซ่
2.วิปครีม , น้ำตาล
3.แผ่นช็อกโกแลต
4.เหล้าอัลมอนด์ หรือ บรั่นดี

เมนู Irish Coffee

เรียกเมนูนี้ว่า "Whiskey Coffee" แบบตรงตัวเลย เป็นหนึ่งในค็อกเทล ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1943 โดยเชฟ ‘โจ เชอริแดน’ หัวหน้าเชฟร้านอาหารประจำอาคารผู้โดยสารสนามบินชื่อว่า ‘ฟอยส์ ฟลายอิ้ง โบ๊ท’ ของสนามบินพาณิชย์ฟอยส์ ในเมืองเคาน์ตี้ ลิเมอริค เมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของดับลิน เมืองหลวงไอร์แลนด์นั่นเอง 

ประกอบไปด้วย
1.เอสเปรสโซ่/กาแฟดำ
2.ฟองครีม , น้ำตาล
3.ไอริชวิสกี้

เมนู Kentucky Coffee

เมนูกาแฟมาจากอเมริกา ที่มีชื่อคล้ายกับพันธุ์ต้นไม้มีรสชาติออกหวาน ดื่มเพลินสไตล์อเมริกันนิยมดื่มในแก้ว กาแฟแบบเดียวกับกาแฟไอริช

ประกอบไปด้วย
1.อเมริกาโน่
2.ครีม/วนิลา
3.น้ำตาล/คาราเมล
4.เบอร์เบิน วิสกี้

เมนู Caffe Corretto

ชื่อเมนูนี้เป็นการเปรียบเปรยว่าการจะดื่มกาแฟให้ถูกต้องจะต้องผสมกาแฟกับเหล้าเท่านั้น โดยชาวอิตาลีมักจะดื่มเมนูนี้หลังจากทานมื้ออาหารเย็นเสร็จ

ประกอบไปด้วย
1.เอสเปรสโซ่
2.บรั่นดี หรือ เหล้ากลั่น

เมนู Carajillo

เครื่องดื่มนี้ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจากมหารชาวสเปนที่อยู่ในสงครามปฏิวัติคิวบาได้นำกาแฟผสมเข้ากับเหล้ารัมและดื่มเพื่อปลุกขวัญและ"ความกล้าหาญ" ของตัวเอง

ประกอบไปด้วย
1.เอสเปรสโซ่
2.บรั่นดี หรือ เหล้ารัม


           มีตำนานเรื่องเล่าอยู่หลายชุดด้วยกัน สำหรับไอริช คอฟฟี่ ก็หนีไม่พ้นวงจรนี้ ทว่าข้อมูลที่ดูจะมีความน่าเชื่อถือมากที่สุดเท่าที่มีการรวบรวมกันมานั้น ล้วนยกให้เป็นฝีมือการสร้างสรรค์ของชาวไอริชชื่อ ‘โจ เชอริแดน’ หัวหน้าเชฟร้านอาหารประจำอาคารผู้โดยสารสนามบินชื่อว่า ‘ฟอยส์ ฟลายอิ้ง โบ๊ท’ ของสนามบินพาณิชย์ฟอยส์ ในเมืองเคาน์ตี้ ลิเมอริค เมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของดับลิน เมืองหลวงไอร์แลนด์นั่นเอง 

ขณะนั้น โจ เชอริแดน ซึ่งคุมงานร้านกาแฟของเทอร์มินัลนี้อยู่ด้วย พยายามคิดค้นวิธีช่วยเหลือผู้โดยสาร จึงเติมวิสกี้เข้าไปในกาแฟร้อน เพิ่มน้ำตาลเล็กน้อย ใส่ครีมข้นเข้าไปเพื่อให้ถูกลิ้นพวกอเมริกัน แล้วนำเครื่องดื่มเสิร์ฟให้กับผู้โดยสาร เมื่อถูกถามว่า “เป็นกาแฟบราซิลหรือ?” เชอริแดน ก็ฉีกยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า ไม่ใช่... มันคือ “ไอริช คอฟฟี่” (Irish coffee) 
           บังเอิญ....ผู้โดยสารเรือรายหนึ่งซึ่งเกิดติดอกติดใจรสชาติกาแฟร้อนสูตรนี้ขึ้นมา ก็คือ สแตนตัน เดลาเพลน นักเขียนสารคดีท่องเที่ยวประจำหนังสือพิมพ์ซานฟราซิสโก โครนิเคิล ในแคลิฟอร์เนีย ผู้ได้รับรางวัลพูลิเซอร์ในปี 1942 แน่นอน เมื่อเดินทางกลับ นักเขียนหนุ่มเดลาเพลน ก็นำสูตรกาแฟนี้ติดตัวไปยังซานฟรานซิสโกด้วย แล้วก็บ่อยครั้งที่เขาเอ่ยถึงกาแฟไอริชรสเลิศในคอลัมน์ที่เขียนอยู่บ่อยๆ


ขอบคุณข้อมูล : 
bangkokbiznews
INFOSTORY
                           

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  and  นโยบายคุกกี้